สมาร์ท กฤษฎา อายุ 44 ไว้หนวดเครา ไม่เหลือเค้าพระเอก

สมาร์ท กฤษฎา อายุ 44 ไว้หนวดเครา ไม่เหลือเค้าพระเอก

หายหน้าหายตาจากหน้าจอไปนาน สำหรับพระเอกหนุ่ม สมาร์ท กฤษฎา พรเวโรจน์ ล่าสุดโดดมาร่วมงานกับช่อง 8 เป็นครั้งแรก เรื่อง ดงผู้ดี ซึ่งเจ้าตัวเคยรับบทนี้มาแล้วในเวอร์ชั่นก่อนเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ทางช่อง 3 สร้างความแปลกใจให้กับแฟนละครไม่น้อย เจอหนุ่มสมาร์ทในงานบวงสรวงละครเรื่อง ดงผู้ดี


ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เจ้าตัวเลยเปิดใจถึงการมาร่วมงานครั้งนี้ สมาร์ท เผยว่า ผมเป็นนักแสดงอิสระไม่ได้มีสัญญาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว คนอาจจะมองว่าเราเป็นโลโก้ช่อง 3 แล้ว เพราะทำที่นั่นมานาน ที่ตัดสินใจรับเพราะช่วงเวลาเหมาะสม มีติดต่อเข้ามา ที่ผ่านมาอาจไม่มีใครรู้ ว่าผมเป็นอิสระเลยไม่มีใครติดต่อมา ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะผมเป็นนักแสดงอิสระก็รับได้หมด ที่มาเล่นช่อง 8 เพราะช่อง 3 ไม่ป้อนละครให้แล้วใช่ไหม ก็มีช่องอื่นติดต่อมาเหมือนกัน แต่ผมรู้สึกชอบตัวละครตัวนี้ ได้เล่นอีกครั้งหนึ่ง ก็ดีใจ

อยากเล่นเรื่องนี้ กลัวกลับไปเล่นช่อง 3 ไม่ได้ไหม อันนี้แล้วแต่ผู้ใหญ่ ผมตอบไม่ได้ ก่อนหน้านี้เคยเล่นดงผู้ดีมาแล้ว เพราะอะไรถึงเล่นบทเดิมซ้ำอีก ผมมองว่ายังไม่เคยเห็นใครเล่นสองเวอร์ชั่น ครั้งหนึ่งได้เล่นเรื่องหนึ่งสองเวอร์ชั่นก็ดีนะ ด้วยเนื้อเรื่องและนิสัยตัวละครต่างไป สนุกสนานมากขึ้น ดูแลจะแตกต่างคาแร็คเตอร์แต่ละตัวไม่เหมือนกัน ถามว่ากลัวเปรียบเทียบไหม อันนี้แล้วแต่คนดูตัดสินใจครับ สำหรับผมไม่กดดันครับ มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ มันไม่เหมือนเดิม อยู่ที่ว่าคนดูจะชอบไหม

ถามเรื่องหัวใจบ้าง เหมือนเดิมครับไม่มีใคร ไม่ได้อยากเป็นโสดแต่ว่าไม่เจอใครที่ใช่ ผมโฟกัสเรื่องธุรกิจตอนนี้มากกว่า ก็มีเพื่อนพยายามแนะนำ แต่พอมีโอกาสเจอกันนิสัยไม่เหมือนกัน วิถีชีวิตไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าผมเลือกเยอะแต่ว่าไม่มีใครให้เลือก สเป๊กผมขอแค่เข้ากับที่บ้านได้ เข้าใจคุยกันง่าย โสดมานานคนอาจจะคิดว่าผมไม่ชอบผู้หญิง ซึ่งเป็นเรื่องที่คนเข้าใจอย่างนั้นมานานเราไม่ซีเรียส ชินแล้ว ถามถึงว่าจะแต่งงานเมื่อไร ถ้าเจอคนที่ใช่ก็แต่งเลยก็ได้ ที่บ้านก็ไม่ได้เร่งเพราะมีหลานสองคนที่โตแล้ว

พี่สาวคนโตก็ยังไม่ได้แต่ง รอให้พี่สาวแต่งก่อน ไม่ได้กลัวว่าอายุมากขึ้นจะมีลูกยาก ไม่ได้เลือกเยอะ แต่ว่าผมเป็นคนโลกส่วนตัวสูงถ้าคนนั้นเข้าใจรับได้ก็โอเค คิดว่าอาจจะมีส่วนทำให้คนไม่กล้าเข้ามา ทั้งนี้ หนุ่มสมาร์ท ยังชี้แจง เรื่องดราม่าเบี้ยวงานขึ้นคอนเสิร์ตที่สวีเดนกับ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ ว่า จริงๆแล้วผมไม่ได้ขอไปแต่ว่ามีคนติดต่อมา ซึ่งรู้จักกัน เลยคิดว่าไปช่วยพี่เขาก็ได้ แต่ผมบอกว่าต้องมีสัญญาทำงาน ถ้าอย่างนั้นไม่สามารถไปได้ เรื่องวีซ่าคนจัดงานต้องออกให้อยู่แล้ว แต่สำคัญที่สุดคือเรื่องสัญญาขอให้ส่ง

แต่ว่าเขาไม่ส่ง การที่จะให้เราทำงานเมืองนอกหรือว่าเมืองไทย จะทำอะไรต้องชัดเจน ต้องมีสัญญาระบุชัดเจนถึงทำได้ ได้ติดต่อกับคนจัดงานโดยตรงเลยไหม มีคนติดต่อมาอีกทีหนึ่ง ผมบอกกับคนติดต่อว่าต้องมีสัญญานะ เราก็ทวงแต่ว่าไม่ส่งสัญญามา ก็ไม่ได้พูดคุยเคลียร์อะไร ก็ลงบันทึกประจำวันไว้ เขาอยู่เมืองนอกด้วย ถ้าการทำงานไม่ลงตัวทั้งคู่คงทำงานด้วยกันไม่ได้ ส่วนตัวผมไม่มีปัญหากับพี่อ๊อฟครับ